Monday, October 19, 2009

รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอน 18-19 พากษ์ไทย

โดย : โปรโมทเว็บ

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 18)
ชื่อคลิป : Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอนที่ 18 พากย์ไทย
รายละเอียด : Boys Over Flowers [F4] รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง หลังจากที่มี Series เรื่องนี้ขึ้นมาหลายๆประเทศ เรามาดูของเกาหลีกันบ้าน รับรองไม่ผิดหวัง ทั้งความน่ารัก แสบ โฉด เก๊ก รับรองเป็น sereis อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกใจใครหลายคน
ซีรี่ส์ Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอนที่ 18 พากย์ไทย

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 19)
ชื่อคลิป : Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอนที่ 19 พากย์ไทย
รายละเอียด : Boys Over Flowers [F4] รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง หลังจากที่มี Series เรื่องนี้ขึ้นมาหลายๆประเทศ เรามาดูของเกาหลีกันบ้าน รับรองไม่ผิดหวัง ทั้งความน่ารัก แสบ โฉด เก๊ก รับรองเป็น sereis อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกใจใครหลายคน
ซีรี่ส์ Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอนที่ 19 พากย์ไทย

Tags : ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (f4เกาหลี) พากษ์ไทย

Sunday, October 18, 2009

รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอน 16-17 พากษ์ไทย มาแล้ว

โดย : โปรโมทเว็บ

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (f4เกาหลี) พากษ์ไทย

Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย]
รายละเอียด : เรื่องราวของ กึม จันดี เด็กสาวธรรมดาซึ่งมีฐานะยากจนแต่เป็นคนที่ร่าเริงสดใส มีพ่อแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ไปช่วยเหลือเด็กหนุ่มในโรงเรียนขินฮวาจนกกลายเป็นฮีโร่ และต่อมาเธอได้ร้บอุปการะจากคนนิรนามให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชินฮวา โรงเรียนสำหรับลูกของคนรวยระดับประเทศเรียนกัน ถึงแม้เธอไม่อยากย้ายไปแต่พ่อแม่ของเธอปรารถนาอยากให้ กึมจันดี ได้พบแต่สิ่งดีๆ เธอจึงตัดสินใจไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนั้นและเธอก็ชื่นชอบการว่ายน้ำจึงเป็น สิ่งเดียวที่เธอขอบมากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้เพราะเธอสามารถว่ายน้ำได้และ ใฝ่ฝันอยากเป็นนักว่ายน้ำในอนาคตในโรงเรียนชินฮวา แห่งนี้ มี 4 หนุ่ม F4 ที่นักเรียนทุกคนชื่นชอบและนับถือ โดยในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย กู จุนพโย หัวหน้ากลุ่มลูกชายเจ้าของธุรกิจบริษัทชินฮวาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี

  1. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 17)
  2. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 16)
  3. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 15)
  4. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 14)
  5. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 13)

  6. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 12)

  7. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 11)

  8. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 10)

  9. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 9)

  10. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 8)

  11. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 7)

  12. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 6)

  13. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 5)

  14. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 4) 
  15. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 3)
  16. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 2)
  17. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 1)

ผู้มักจะให้ใบแดงกับนักเรยนในโรงเรียนที่เขาไม่ชอบปรือทำตัวไม่ถูกใจเขา สมาชิกคนที่สองคือ จีฮู หนุ่มเจ้าเสน่ห์อดดีตหลานชายประธานาธิบดีเกาหลี อีกหนุ่มหนึ่งใน F4 คือ โซจียอง หนุ่มนักศิลปะผู้มีชื่อเสียงทาด้านศิลปะเซรามิค และหนุ่มคนสุดท้ายคือ ซงอูบิน กึมจันดี ไม่มีเพื่อนสนิทในโรงเรยนเลยเพราะโรงเรียนแห่งนี้มีแต่คนรวยๅ แต่เธอรู้สึกดีเมื่อได้มีโอกาสรู้จักกับ จีฮู F4 หนึ่งใน อย่างไรก็ตามอยู่มาวันหนึ่งเธอได้ช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนหญิงห้องเดียวกัน ที่ทำไอศกรีมหกใส่ กูจุนพโย ในเวลาต่อมา กึมจันดี ได้รับใบแดงจากเขา เธอจึงถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากจีฮู ทางด้าน กูจุนพโย ผู้ให้ใบแดงก็คิดว่า กึมจันดี คงจะทนไม่ไหวที่เธอถูกกลั่นแกล้งหลายครั้งหลายหน จนกระทั่ง กึมจันดี ทนไม่ได้และมาพบกับ กูจุนพโย ในที่สุด เธอสั่งสอนเขาด้วยท่าเตะไม้ตายเตะใส่หน้า กูจุนพโย จนล้มกลิ้ง พร้อมกับบอกว่าเธอไม่กลัวเขากึมจันดี รู้สึกมีใจให้กับ จีฮู ชายหนุ่มมาดขรึมที่ใจดี แต่ในทางเดียวกัน กูจุนพโย ก็เริ่มชอบเธอแบบปากไม่ตรงกับใจและพยายามปรับตัวเข้าหา กึมจันดี เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติตามกันได้ในละครสุดฮอตฮิตอีกเรื่องหนึ่งใน เอเชีย กับละครเรื่องนี้ Boys over Flowers

Saturday, October 17, 2009

รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ตอน 14-15 พากษ์ไทย

โดย : โปรโมทเว็บ

 

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (f4เกาหลี) พากษ์ไทย

  1. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 15)

  2. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 14)

  3. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 13)

  4. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 12)

  5. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 11)

  6. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 10)

  7. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 9)

  8. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 8)

  9. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 7)

  10. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 6)

  11. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 5)

  12. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 4) 
  13. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 3)
  14. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 2)
  15. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 1)

Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย]
รายละเอียด : เรื่องราวของ กึม จันดี เด็กสาวธรรมดาซึ่งมีฐานะยากจนแต่เป็นคนที่ร่าเริงสดใส มีพ่อแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ไปช่วยเหลือเด็กหนุ่มในโรงเรียนขินฮวาจนกกลายเป็นฮีโร่ และต่อมาเธอได้ร้บอุปการะจากคนนิรนามให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชินฮวา โรงเรียนสำหรับลูกของคนรวยระดับประเทศเรียนกัน ถึงแม้เธอไม่อยากย้ายไปแต่พ่อแม่ของเธอปรารถนาอยากให้ กึมจันดี ได้พบแต่สิ่งดีๆ เธอจึงตัดสินใจไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนั้นและเธอก็ชื่นชอบการว่ายน้ำจึงเป็น สิ่งเดียวที่เธอขอบมากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้เพราะเธอสามารถว่ายน้ำได้และ ใฝ่ฝันอยากเป็นนักว่ายน้ำในอนาคตในโรงเรียนชินฮวา แห่งนี้ มี 4 หนุ่ม F4 ที่นักเรียนทุกคนชื่นชอบและนับถือ โดยในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย กู จุนพโย หัวหน้ากลุ่มลูกชายเจ้าของธุรกิจบริษัทชินฮวาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ผู้มักจะให้ใบแดงกับนักเรยนในโรงเรียนที่เขาไม่ชอบปรือทำตัวไม่ถูกใจเขา สมาชิกคนที่สองคือ จีฮู หนุ่มเจ้าเสน่ห์อดดีตหลานชายประธานาธิบดีเกาหลี อีกหนุ่มหนึ่งใน F4 คือ โซจียอง หนุ่มนักศิลปะผู้มีชื่อเสียงทาด้านศิลปะเซรามิค และหนุ่มคนสุดท้ายคือ ซงอูบิน กึมจันดี ไม่มีเพื่อนสนิทในโรงเรยนเลยเพราะโรงเรียนแห่งนี้มีแต่คนรวยๅ แต่เธอรู้สึกดีเมื่อได้มีโอกาสรู้จักกับ จีฮู F4 หนึ่งใน อย่างไรก็ตามอยู่มาวันหนึ่งเธอได้ช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนหญิงห้องเดียวกัน ที่ทำไอศกรีมหกใส่ กูจุนพโย ในเวลาต่อมา กึมจันดี ได้รับใบแดงจากเขา เธอจึงถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากจีฮู ทางด้าน กูจุนพโย ผู้ให้ใบแดงก็คิดว่า กึมจันดี คงจะทนไม่ไหวที่เธอถูกกลั่นแกล้งหลายครั้งหลายหน จนกระทั่ง กึมจันดี ทนไม่ได้และมาพบกับ กูจุนพโย ในที่สุด เธอสั่งสอนเขาด้วยท่าเตะไม้ตายเตะใส่หน้า กูจุนพโย จนล้มกลิ้ง พร้อมกับบอกว่าเธอไม่กลัวเขากึมจันดี รู้สึกมีใจให้กับ จีฮู ชายหนุ่มมาดขรึมที่ใจดี แต่ในทางเดียวกัน กูจุนพโย ก็เริ่มชอบเธอแบบปากไม่ตรงกับใจและพยายามปรับตัวเข้าหา กึมจันดี เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติตามกันได้ในละครสุดฮอตฮิตอีกเรื่องหนึ่งใน เอเชีย กับละครเรื่องนี้ Boys over Flowers

Friday, October 16, 2009

ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY)

ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 1 ซับไทย
Foxy Lady รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ
ชื่อหนัง : Foxy Lady /รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ / 여우야 뭐하니 / What's Up, Fox? / Hey Fox, What You Want To Do? / 환상의 커플 / Fantasy Couple
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ : MBC วันพุธและพฤหัสบดี 20 กันยา 2006 - 9 พฤศจิ 2006 เวลา21.55 น.
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ : Ch7 ทุกวันพุธ พฤหัส ศุกร์ เวลา 08.30น. - 10.30 น. เริ่มตอนแรก วันพุธที่ 30 กันยา 2009
เรื่องย่อ Foxy Lady รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ
โก บยองฮี สาวโสดวัย 33 เฝ้ารอวันเป็นเจ้าสาวเหมือนกับหญิงสาวคนอื่นๆ อาชีพของเธอนั้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร เธอเป็นนักเขียนให้กับนิตยสารสำหรับคุณผู้ชาย (เหมือน FHM บ้านเรา) บทความและนวนิยายที่เธอแต่งขึ้น เป็นที่ถูกใจของเหล่าหนุ่มๆ มาก แต่หนุ่มๆ เหล่านั้นกลับหารู้ไม่ว่า เธอไม่ตาสีตาสาอะไรเลย
เรื่องทุกอย่างที่เธอเขียนเป็นเพียงเรื่องที่เธอจินตนาการขึ้นเท่านั้น วันทั้งวันเธอจะหัวปั่นกับภาระของที่บ้าน เป็นแม่บ้านเข้าครัว ซักผ้า ล้างจาน สารพัด ให้กับแม่ซึ่งไม่ยอมทำงานอะไรกับน้องสาวแสนสวยซึ่งมีอาชีพเป็น Super Model มาถึงบริษัท เจ้านายก็ยกภาระหน้าที่ทั้งหมดให้เธอ วันทั้งวัน เธอจึงไม่เคยมีเวลาดูแลตัวเอง ผมเผ้ารุงรัง หน้ามันเป็นกระทะทอดไข่ ภาระเท่านั้นยังไม่พอ ตั้งแต่วัยเด็กเธอต้องช่วยเพื่อนสนิทของเธอในการดูแลน้องชายวัยแบเบาะชื่อ ว่า ปาร์ค โชซู เรียกได้ว่า โชซู โตมากับ บยองฮี มากกว่าพี่สาวตัวเองเสียอีก และแล้วสวรรค์ก็เห็นในความดีของเธอ วันหนึ่งเจ้าชายรูปงาม ภูมิฐาน ทั้งฐานะและหน้าที่การงานของเขาก็ไม่เป็นรองใคร แบ เฮมยอง หมอเฉพาะทาง Urology อดีตเพลย์บอย อายุ 34 ปี รุ่นน้องของเจ้าของนิตยสารที่ บยองฮี ทำงานอยู่ ครั้งแรกที่ เฮมยอง พบกับ บยองฮี เขาก็ชอบเธอเข้าให้อย่างจัง ยิ่งไปพบเธอบ่อยเข้าก็ยิ่งทำให้เข้ามั่นใจว่าเธอคือคู่ชีวิตที่เขาตามหาอยู่
Foxy Lady รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ
ปาร์ค โชซู เด็กหนุ่มจากโรงเรียนอาชีวะศึกษา เชียวชาญทางด้านรถยนต์เป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่อู่ซ่อมรถต่างก็แย่งตัวกัน เขาเติบโตมากับพี่สาว แต่พี่สาวเขาก็มักไม่มีเวลาให้เขา เขาจึงอาศัยฝากท้องไว้กับบ้านของเพื่อนสนิทของพี่สาวเขา จากความสนิทชิดเชื้อของเขาและ บยองฮี เปลี่ยนแปลงกลายเป็นความรักของหนุ่มสาวไปตามกาลเวลา โชซู ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอายุของเขาทั้งสองห่างกันมากถึง 9 ปี และเขาเองก็เคารพ บยองฮี เหมือนพี่สาวของเขาคนหนึ่ง เขาจึงตัดสินใจ ออกเดินทางรอบโลก หายหน้าไปจาก บยองฮี ระยะหนึ่ง โดยหวังว่าระหว่างนั้น บยองฮีจะพบกับชายหนุ่มที่ดี และแต่งงานไปก่อนที่เขาจะกลับมา แต่จนแล้วจนรอด บยองฮี ก็ยังไม่ได้กลับแต่งงาน เขาเองก็พยายามที่จะหลบหน้า บยองฮี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ บยองฮี เมามายไม่ได้สติ เพราะเสียใจว่า ตนเองอาจต้องตัดมดลูกเพราะเนื้องอกในมดลูก เธอเสียใจว่าเธออาจจะไม่สามารถมีลูกได้ เธอจึงดื่ม โซจู เข้าไปหลายขวด ทำให้เมาไม่ได้สติ เดือดร้อนถึง โชซู ที่ต้องไปรับเธอกลับมา แต่แล้วทั้งสองคนก็ไปจบลงที่โรงแรมโดยไม่ได้ตั้งใจ โชซู เองก็ต้องการที่จะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะว่าเขาก็รัก บยองฮี อยู่แล้ว ถึงแม้บยองฮีจะไม่รู้ตัวก็ตามที แต่ บยองฮี กลับปฏิเสธเพราะว่า ความต่างของอายุ และ เธอไม่กล้าที่จะไปบอกใครว่าเธอมีสามีเป็นเด็ก แต่ โชซู ก็ตามตื้อเธอตลอดไม่ห่าง แล้ว บยองฮี ของเราจะค้นใจตัวเองเจอหรือไม่ว่า แท้ที่จริงแล้ว ในใจของเธอนั้นมีใคร ระหว่าง หมอหนุ่มสุด perfect แบ เฮมยอง กับเด็กหนุ่มผู้แสนจะจริงใจกับเธอ ปาร์ก โชซู
เรื่องนี้ไม่ได้ฉายความรักวุ่นๆ ของ บยองฮี เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องวุ่นวายของน้องสาวเธอ Super Model สาวสวย โก จุนฮี อายุ 26 กับ เจ้าของห้องเสื้อ พ่อหม้ายมหาเศรษฐีอายุ 47 อีกคู่ ที่ต้องคอยตามลุ้น รักวุ่นๆ ของพวกเขาด้วยว่าจะลงเอยเช่นไร
ติดตามใน “รักครั้งนี้...จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY)
  1. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 1 ซับไทย
  2. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 2 ซับไทย
  3. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 3 ซับไทย
  4. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 4 ซับไทย
  5. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 5 ซับไทย
  6. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 6 ซับไทย
  7. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 7 ซับไทย
  8. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 8 ซับไทย
  9. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 9 ซับไทย
  10. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 10 ซับไทย
  11. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 11 ซับไทย
  12. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 12 ซับไทย
  13. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 13 ซับไทย
  14. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 14 ซับไทย
  15. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 15 ซับไทย
  16. ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ส์ “รักครั้งนี้ จักจี้หัวใจ” (FOXY LADY) ตอนที่ 16 ตอนจบ ซับไทย

Thursday, October 8, 2009

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (f4เกาหลี) พากษ์ไทย

ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (f4เกาหลี) พากษ์ไทย

  1. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 13)

  2. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 12)

  3. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 11)

  4. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 10)

  5. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 9)

  6. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 8 )

  7. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 7)

  8. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 6)

  9. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 5)

  10. ซีรี่ส์ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง (F4เกาหลี) พากษ์ไทย (ตอนที่ 4)

Boys over Flowers (F4)รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย]
รายละเอียด : เรื่องราวของ กึม จันดี เด็กสาวธรรมดาซึ่งมีฐานะยากจนแต่เป็นคนที่ร่าเริงสดใส มีพ่อแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ไปช่วยเหลือเด็กหนุ่มในโรงเรียนขินฮวาจนกกลายเป็นฮีโร่ และต่อมาเธอได้ร้บอุปการะจากคนนิรนามให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชินฮวา โรงเรียนสำหรับลูกของคนรวยระดับประเทศเรียนกัน ถึงแม้เธอไม่อยากย้ายไปแต่พ่อแม่ของเธอปรารถนาอยากให้ กึมจันดี ได้พบแต่สิ่งดีๆ เธอจึงตัดสินใจไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนั้นและเธอก็ชื่นชอบการว่ายน้ำจึงเป็น สิ่งเดียวที่เธอขอบมากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้เพราะเธอสามารถว่ายน้ำได้และ ใฝ่ฝันอยากเป็นนักว่ายน้ำในอนาคตในโรงเรียนชินฮวา แห่งนี้ มี 4 หนุ่ม F4 ที่นักเรียนทุกคนชื่นชอบและนับถือ โดยในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย กู จุนพโย หัวหน้ากลุ่มลูกชายเจ้าของธุรกิจบริษัทชินฮวาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ผู้มักจะให้ใบแดงกับนักเรยนในโรงเรียนที่เขาไม่ชอบปรือทำตัวไม่ถูกใจเขา สมาชิกคนที่สองคือ จีฮู หนุ่มเจ้าเสน่ห์อดดีตหลานชายประธานาธิบดีเกาหลี อีกหนุ่มหนึ่งใน F4 คือ โซจียอง หนุ่มนักศิลปะผู้มีชื่อเสียงทาด้านศิลปะเซรามิค และหนุ่มคนสุดท้ายคือ ซงอูบิน กึมจันดี ไม่มีเพื่อนสนิทในโรงเรยนเลยเพราะโรงเรียนแห่งนี้มีแต่คนรวยๅ แต่เธอรู้สึกดีเมื่อได้มีโอกาสรู้จักกับ จีฮู F4 หนึ่งใน อย่างไรก็ตามอยู่มาวันหนึ่งเธอได้ช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนหญิงห้องเดียวกัน ที่ทำไอศกรีมหกใส่ กูจุนพโย ในเวลาต่อมา กึมจันดี ได้รับใบแดงจากเขา เธอจึงถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากจีฮู ทางด้าน กูจุนพโย ผู้ให้ใบแดงก็คิดว่า กึมจันดี คงจะทนไม่ไหวที่เธอถูกกลั่นแกล้งหลายครั้งหลายหน จนกระทั่ง กึมจันดี ทนไม่ได้และมาพบกับ กูจุนพโย ในที่สุด เธอสั่งสอนเขาด้วยท่าเตะไม้ตายเตะใส่หน้า กูจุนพโย จนล้มกลิ้ง พร้อมกับบอกว่าเธอไม่กลัวเขากึมจันดี รู้สึกมีใจให้กับ จีฮู ชายหนุ่มมาดขรึมที่ใจดี แต่ในทางเดียวกัน กูจุนพโย ก็เริ่มชอบเธอแบบปากไม่ตรงกับใจและพยายามปรับตัวเข้าหา กึมจันดี เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติตามกันได้ในละครสุดฮอตฮิตอีกเรื่องหนึ่งใน เอเชีย กับละครเรื่องนี้ Boys over Flowers

Tuesday, October 6, 2009

การประดิษฐ์บาร์โค้ด

โดย : โปรโมทเว็บ

บาร์โค้ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คำว่า "Wikipedia" เข้ารหัสแบบ Code 128-B

บาร์โค้ด (barcode) เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ได้ผลดี ในการตรวจสอบสินค้าขณะขาย, การตรวจสอบยอดการขาย และสินค้าคงคลัง เราสามารถที่จะอ่านรหัสบาร์โค้ดได้ โดยใช้สแกนเนอร์หรือเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการอ่านด้วยสายตา บางครั้งเราจะเห็นเครื่องเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางที่เราก็อาจจะคาดไม่ถึง ว่าจะนำไปใช้ได้

แต่เดิมมีการใช้บาร์โค้ดในร้านขายของชำและตามปกหนังสือ ต่อมาพบในร้านอุปกรณ์ประกอบรถยนต์และร้านอุปโภคบริโภคทั่วไป ในแถบยุโรป รถบรรทุกทุกคัน ที่จะต้องวิ่งระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี จะต้องใช้แถบรหัสบาร์โค้ดที่หน้าต่างทุกคัน เพื่อใช้ในการแสดงใบขับขี่ ใบอนุญาต และน้ำหนักรถบรรทุก แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจได้ง่ายและรวดเร็ว ในขณะที่รถลดความเร็ว เครื่องตรวจจะอ่านข้อมูลจากบาร์โค้ด และแสดงข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที

การพัฒนา

บาร์โค้ด 2 มิติ

ปัจจุบันได้มีการนำบาร์โค้ด 2 มิติมาใช้งาน สำหรับข้อมูลที่มีจำนวนมาก รวมถึงการนำเทคโนโลยีRFID ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อมูลผ่านทางคลื่นวิทยุ แทนที่เลเซอร์เหมือนบาร์โค้ดในปัจจุบัน

เครื่องอ่านบาร์โค้ด

เครื่องอ่านบาร์โค้ด (อังกฤษ: barcode reader) ตัวเลขของรหัสสินค้าที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของระบบสินค้าคงคลังจะมีจำนวนหลักค่อนข้างมาก เมื่อต้องการเรียกใช้หรือตรวจสอบโดยการป้อนข้อมูลผ่านแป้นพิมพ์จะทำให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย จึงเกิดแนวคิดในการพิมพ์รหัสสินค้าออกมาเป็นแบบแท่งรหัสสีดำและขาวต่อเนื่องกันไปเรียกว่า บาร์โค้ดซึ่งนำไปใช้พิมพ์ในรหัสสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไป เพื่อสะดวกในการเช็คสินค้าคงเหลือรวมไปถึงการคิดเงินนั่นเอง เครื่องอ่านรหัสเราเรียกว่าเครื่องอ่านบาร์โค้ด มีหลายรูป เช่น แบบมีด้ามจับคล้ายปืน หรือบางแบบก็ฝังในแท่นของเครื่องเก็บเงินสดเลย พบเห็นได้ตามจุดบริการขาย (POS - Point Of Sale) ในร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป

Crystal Clear app kcmmemory.png
เครื่องอ่านบาร์โค้ด เป็นบทความเกี่ยวกับ เทคโนโลยี หรือ สิ่งประดิษฐ์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องอ่านบาร์โค้ด ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ

จาก-http://th.wikipedia.org/wiki/บาร์โค้ด

Friday, October 2, 2009

วันเกิดของมหาตมา คานธี

โดย : โปรโมทเว็บ

 

โมหันทาส กรรมจันท คานธี

Portrait Gandhi.jpgมหาตมา คานธี เมื่อปี ค.ศ. 1930

เกิด
2 ตุลาคม ค.ศ. 1869
Porbandar, Kathiawar Agency, บริติชราช

เสียชีวิต
30 มกราคม ค.ศ. 1948 (อายุ 78 ปี)
นิวเดลี

สัญชาติ
อินเดีย

การศึกษา
มหาวิทยาลัยลอนดอน

ศาสนา
ฮินดู

ลายเซ็น
Gandhi signature.svg

มหาตมา คานธี (อังกฤษ: Mahatma Gandhi) เป็นผู้นำและนักการเมืองที่มีชื่อเสียงชาวอินเดียและศาสนาฮินดู มีชื่อเต็มว่า โมหันทาส กรรมจันท คานธี (คุชราต: મોહનદાસ કરમચંદ ગાંધી; อังกฤษ:Mohandas Karamchand Gandhi) เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1869 ในแคว้นคุชราตทางทิศตะวันตกของอินเดีย มารดาของคานธี เป็นภรรยาคนที่ 4 ของบิดาของคานธี

มหาตมา คานธี ใน ค.ศ. 1876

ใน ค.ศ. 1883 เดือนพฤษภาคม คานธีมีอายุ 13 ปี ได้สมรสกับเด็กหญิงชื่อกัสตูรบา ซึ่งอายุมากกว่าคานธีประมาณ 6 เดือน ซึ่งสาเหตุที่คานธีสมรสเร็วนั้น มาจากประเพณีท้องถิ่นที่นิยมให้เด็กแต่งงานกันเร็วๆ คานธี มีความสุขกับชีวิตคู่มาก คานธีและกัสตูรบามีบุตร-ธิดา รวมกันทั้งสิ้น 5 คน แต่คนหนึ่ง ได้เสียชีวิตลงตั้งแต่ยังเป็นทารกทำให้เหลือ 4 คน

ใน ค.ศ. 1888 เป็นปีที่บุตรคนแรก (ไม่นับคนที่เสียชีวิตขณะเป็นทารก) ของคานธีได้ถือกำเนิดขึ้น และเป็นปีที่ทางครองครัว ได้ส่งคานธีไปศึกษาวิชากฎหมายที่อังกฤษ โดยก่อนจะเดินทาง คานธีได้ให้สัญญากับมารดาว่า จะไม่รับประทานเนื้อสัตว์และสุรา และจะไม่ยุ่งเกี่ยวเกาะแกะกับสตรี เพื่อให้มารดาได้อุ่นใจ แล้วเดินทางไปอังกฤษ

เมื่อไปถึงอังกฤษ คานธีพบปัญหาใหญ่ในการดำเนินชีวิตในอังกฤษ นั่นคือ วัฒนธรรม มารยาท สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในอังกฤษนั้นไม่เหมือนอินเดีย คานธีต้องระวังตนในเรื่องมารยาทซึ่งจะมาทำตามคนอินเดียเหมือนเดิมไม่ได้ คานธีต้องปรับตัวบุคลิกต่างๆให้เข้ากับคนอังกฤษให้ได้ และนอกจากนี้ อาหารในอังกฤษที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์นั้นในสมัยนั้นรสชาติจะจืดมาก จะกินเนื้อสัตว์ก็ไม่ควรเพราะได้ให้สัญญากับมารดาไว้แล้ว

ปัญหาด้านอาหารนั้นทุเลาลงเมื่อคานธีได้รู้จักอาหารมังสวิรัติ และได้ซื้อหนังสือคู่มือสำหรับนักมังสวิรัติเข้า คานธีจึงได้มีวิธีรับประทานมังสวิรัติอย่างเป็นสุขในอังกฤษ ส่วนมารยาทและวัฒนธรรมก็ต้องค่อยๆปรับตัวไป และในที่สุด คานธีก็สำเร็จการศึกษาและสอบได้เป็นเนติบัณฑิต และเมื่อได้เป็นเนติบัณฑิตแล้ว คานธีก็เดินทางกลับสู่อินเดียใน ค.ศ. 1892 เพื่อประกอบอาชีพ

ในปีเดียวกันคานธีกลับมา ลูกคนที่สองของคานธีก็กำเนิดขึ้น แต่ในด้านอาชีพ แม้จะประสบความสำเร็จในการศึกษา แต่การประกอบอาชีพในช่วงแรกของคานธีนั้นประสบความยากลำบากตะกุกตะกัก แต่แล้ว ไม่นานต่อมา คานธีก็ได้งานชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้คานธี กลายเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเวลาต่อมา

งานนั้นคือ ให้ไปเป็นทนายว่าความให้ลูกความในประเทศแอฟริกาใต้ ดังนั้น ใน ค.ศ. 1893 คานธีได้เดินทางไปประเทศแอฟริกาใต้ โดยเมื่อเดินทางไปถึง คานธีได้ซื้อตั๋วรถไฟชั้น First Class (ชั้นที่หรูหราสะดวกสบายที่สุด ค่าตั๋วแพงที่สุด) ไปยังเมืองที่ลูกความต้องการ แต่ทว่า ผู้โดยสารชั้น First Class ที่ผิวขาว ไม่พอใจที่คนผิวคล้ำอย่างคานธีมาอยู่ร่วมชั้น First Class กับพวกเขา จึงไปประท้วงบอกเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงเดินมาสั่งให้คานธีย้ายตู้โดยสารไปโดยสารตู้ของ Third Class (ชั้นไม่สะดวก ไม่หรูหรา แต่ค่าตั๋วถูกที่สุด) ทั้งๆที่คานธีเสียเงินซื้อตั๋ว First Class มาอย่างถูกต้อง คานธีจึงปฏิเสธ ทำให้ความขัดแย้งในรถไฟชั้น First Class รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด คานธีก็ถูกเจ้าหน้าที่รุมทำร้าย และคานธีถูกผู้โดยสารผิวขาวโยนออกมาจากรถไฟ โดยเจ้าหน้าที่ต่างอ้างว่า รถไฟชั้นหนึ่งนี้สร้างสำหรับผู้โดยสารผิวขาวเท่านั้น

เหตุการณ์นี้ทำให้คานธีเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งเศร้ามากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าชาวผิวคล้ำเกือบทุกคนถูกเหยียดหยามจากชนผิวขาวในแอฟริกาใต้ นับแต่นั้น คานธีก็ได้เข้าต่อสู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนของชาวผิวคล้ำในแอฟริกาใต้ และเมื่อคานธีรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่จบง่ายๆ จึงได้เดินทางไปอินเดียใน ค.ศ. 1896 เพื่อพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกันที่แอฟริกาใต้ และกลับสู่อินเดียใน ต้นปี ค.ศ. 1897 และใช้ชีวิตครอบครัวต่อจนมีลูกกับภรรยาต่ออีก 2 คน

ใน ค.ศ. 1901 คานธีเดินทางกลับอินเดียเพื่อกลับไปประกอบอาชีพต่อ แต่มีเสียงเรียกร้องจากชาวอินเดียในแอฟริกาใต้ให้มาช่วยด้วย คานธีเดินทางกลับไปยังแอฟริกาใต้เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ต่อใน ค.ศ. 1902 แต่ว่า การต่อสู้ของคานธีเมื่อครั้งก่อนนั้นให้ผลไม่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นในครั้งนี้ คานธีใช้วิธี "สัตยาเคราะห์" ซึ่งคือ การไม่ร่วมมือในกฎที่ไม่ยุติธรรม โดยไม่มีการใช้กำลัง ซึ่งวิธีนี้ได้ผลดีมาก ทำให้คานธีรู้ว่าการประท้วงโดยไม่ใช้กำลังนั้นให้ผลดีกว่าที่คิด จึงพบวิธีที่แน่นอนและได้ผลดีในการเรียกร้องความยุติธรรม โดยคานธีได้อยู่เรียกร้องความยุติธรรมนี้จนถึง ค.ศ. 1914 ก็เดินทางออกจากแอฟริกาใต้

คายธีเดินทางกลับมาถึงอินเดียที่เมืองบอมเบย์ใน ค.ศ. 1915 คานธีตัดสินใจละทิ้งการแต่งกายแบบตะวันตกดังที่เคย และหันมาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบดั้งเดิมของแคว้นคุชราต และเมื่อเดินทางกลับมาถึง ชาวอินเดียจำนวนมากไปชุมนุมต้อนรับคานธีกลับบ้านอย่างล้นหลาม ไม่กี่วันต่อมา คานธีเดินทางไปหา รพินทรนาถ ฐากุร มหากวีแห่งอินเดีย และรพิทรนาถนี้เอง ได้ขนานนามคานธีว่า "มหาตมา" อันแปลว่า ผู้มีจิตใจสูงส่งให้แก่คานธี เป็นคนแรก และหลังจากนั้น คานธี ได้เดินทางไปทั่วประเทศอินเดีย เพื่อจะได้ไปรู้เห็นความเป็นจริงในอินเดียอย่างรู้จริงเป็นเวลารวม 1 ปี

ค.ศ. 1916 คานธีเริ่มก่อกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนอินเดีย และเรียกร้องโดยวิธีขอความร่วมมือผนึกกำลังคนละเล็กคนละน้อยจนเป็นพลังที่สั่นประเทศได้ ประกอบกับในช่วงนั้น อินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ทำให้ต้องมีการเรียกร้องสิทธิที่อังกฤษพยายามกดขี่ชาวอินเดีย ตัวอย่างเช่น ใน ค.ศ. 1919 ได้มีการประกาศกฎหมาย Rowlatt ซึ่งเป็นกฎหมายที่กดขี่ชาวอินเดีย คานธีจึงประกาศขอความร่วมมือว่าในวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 1919 ขอความร่วมมือให้คนอินเดียหยุดงาน แล้วประชาชนเป็นล้านๆ คนก็หยุดงานในวันนั้น สั่นคลอนอำนาจรัฐบาลอังกฤษอย่างชัดเจน คานธีรู้สึกอัศจรรย์ แต่ไม่นานก็พบข้อเสียของการใช้วิธีสัตยาเคราะห์ กับสังคมขนาดใหญ่ๆ อย่างอินเดีย

ข้อเสียนั้นคือ มีบางแห่งที่บานปลายเกิดการต่อสู้ใช้กำลัง รัฐบาลอังกฤษจึงใช้เป็นข้ออ้างในการจับกุมตัวคานธีไป แต่เมื่อคานธีถูกจับกุม เมืองต่างๆก็เกิดความเคียดแค้นและวุ่นวายจนเกือบกลายเป็นเหตุจราจลระดับประเทศ ซึ่งหลังคานธีได้รับอิสระในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1919 และได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดบานปลายนี้ คานธีรู้สึกเสียใจมาก จึงประกาศอดอาหารตนเอง 3 วัน

แต่ในวันนั้นเอง เป็นวันนักขัตฤกษ์ของอินเดีย ประชาชนนับพันคนไปรวมตัวสังสรรค์กันที่สวนสาธารณะชัลลียันวาลา เมืองอมฤตสระ แต่ว่า ในวันนั้น นายพล Dyer ผู้บังคับบัญชากองทหารอังกฤษในอมฤตสระ รู้สึกเคียดแค้นชาวอินเดีย และต้องการให้ชาวอินเดียรู้ถึงอานุภาพอังกฤษ จึงออกคำสั่งให้กองทัพรัวปืนใส่กลุ่มประชาชนในชัลลียันวาลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,500 ศพ บาดเจ็บประมาณ 3,000 คน เป็นปฏิบัติการทางทหารที่ทำให้รัฐบาลอังกฤษเสื่อมเสียเกียรติยศอย่างยากจะฟื้นตัว

การต่อสู้เพื่อคนอินเดียดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ใน ค.ศ. 1922 ได้เกิดเหตุใช้กำลังต่อสู้กันอีกครั้ง คานธีถูกจับกุมอีกครั้งในฐานะผู้ก่อความไม่สงบ และถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี แต่ถูกปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนดเพราะเหตุผลทางสุขภาพใน ค.ศ. 1924 และตั้งแต่ถูกปล่อยตัว คานธีก็หันไปแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภายในประเทศก่อน เช่น ฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบท แก้ไขปัญหาการถือชนชั้นวรรณะในอินเดีย ปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาสนาฮินดูกับมุสลิม ปัญหาความไม่เสมอภาคของสตรี และปัญหาต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการกดขี่จากต่างประเทศ

แต่ใน ค.ศ. 1930 คานธีหวนกลับสู่สังเวียนการเมืองอันเร่าร้อน เพราะต้องการประท้วงกฎหมายอังกฤษที่ห้ามคนอินเดียทำเกลือกินเอง เป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะไม่ให้คนอินเดียใช้ทรัพยากรของอินเดีย โดยในวันที่ 12 มีนาคม คานธีได้เริ่มการเดินทางไปยังชายทะเลในตำบลฑัณฑี พร้อมกับประชาชนนับแสนคนที่เต็มใจไปกับคานธี คานธีเดินทางเป็นเวลา 24 วัน 400 กิโลเมตร ก็ไปถึงชายทะเล คานธีบอกประชาชนนับแสนให้ร่วมกันทำเกลือกินเอง ดังนั้น ในวันนั้น คานธีและประชาชนนับแสนได้ทำเกลือจากทะเลกินเอง เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่อังกฤษตั้งไว้

ทางการอังกฤษ ได้ดันทุรังจับกุมคานธีและประชาชนนับแสนคนในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1930 ทำให้จำนวนแรงงานอาชีพในอินเดียหายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบเศรษฐกิจและระบบบริหารงานของรัฐบาลอังกฤษเกิดความปั่นป่วนอย่างใหญ่หลวง จนกระทั่งต้องปล่อยตัวประชาชนออกมาเรื่อยๆ และรัฐบาลอังกฤษได้ปล่อยตัวคานธีใน ค.ศ. 1931และในปีนั้น คานธีถูกเชิญตัวไปร่วมประชุมหารือกับรัฐบาลอังกฤษ โดยมีนายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นเป็นประธาน การประชุมครั้งนี้ไม่ได้ผลอะไรมากนัก

เมื่อคานธีกลับอินเดีย ก็ถูกจับอีก และก็ถูกปล่อยตัวอีก และหลังถูกปล่อย ก็ใช้เวลาไปพัฒนาชนบทอีก จนเมื่อค.ศ. 1939 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็กลับเข้าสู่วงการเมืองอีก มีการเดินขบวนรณรงค์ แล้วก็ถูกจับใน ค.ศ. 1942 อีก แต่ครั้งนี้ ระหว่างอยู่ในคุก กัสตูรบา ภรรยาคานธีได้เสียชีวิตลงใน ค.ศ. 1944 แล้วสักพักก็ถูกปล่อยตัว

ใน ค.ศ. 1945 ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ประกาศจะให้อินเดียได้ปกครองตนเอง นับเป็นการที่อิสระของอินเดียอยู่แค่เอื้อมแล้ว แต่ว่า ก่อนจะให้อิสระอินเดีย อังกฤษต้องหารัฐบาลชาวอินเดีย ที่จะปกครองอินเดียต่อจากอังกฤษในช่วงแรกๆของการมีอิสระครั้งของอินเดียในยุคแห่งเทคโนโลยี แต่ทว่า ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าระหว่างพรรคคองเกรส (ที่นับถือศาสนาฮินดู) กับสันนิบาตมุสลิม ใครจะมาปกครอง การให้อิสระอินเดียจึงต้องล่าช้าออกไป

แต่ใน ค.ศ. 1946 ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมและฮินดูในอินเดีย จนเกิดเป็นเหตุนองเลือดรุนแรงไปทั่วทุกหัวระแหง คานธีรู้สึกเสียใจมาก ที่อิสรภาพของอินเดียอยู่แค่เอื้อม แต่ยังไม่ทันได้อิสรภาพ ชาวอินเดียก็ทะเลาะกันเองเสียนี่ คานธีจึงได้หอบสังขารวัย 77 ปี ลงเดินเท้าไปยังภูมิภาคต่างๆในอินเดีย เพื่อขอร้องให้ชาวอินเดียหันมาสามัคคีกัน หยุดทะเลาะกันเสียที ประชาชนอินเดียเห็นคานธีทำเช่นนี้ก็รู้สึกตัว เลิกทะเลาะกัน ทำให้เกิดความสงบสามัคคีในชนบทได้

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1947 ได้มีการเจรจาตกลงระหว่างพรรคคองเกรสกับสันนิบาตมุสลิม โดยได้ผลสรุปคือ เมื่ออินเดียได้รับเอกราช จะแบ่งประเทศเป็น 2 ส่วน โดยให้พื้นที่ที่คนส่วนใหญ่เป็นคนฮินดู เป็นประเทศอินเดียของพรรคคองเกรส แล้วพื้นที่ที่คนส่วนใหญ่เป็นคนมุสลิม ให้เป็นประเทศปากีสถาน ปกครองโดยสันนิบาตมุสลิม

ในที่สุด 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947 อินเดียเป็นอิสระจากอังกฤษโดยสมบูรณ์ และในวันนั้น อินเดีย ก็แตกเป็น 2 ประเทศ คืออินเดียของชาวฮินดู กับปากีสถานของมุสลิม แต่ว่า ท้องที่ๆ คนส่วนใหญ่เป็นศาสนาหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนอีกศาสนาหนึ่งอาศัยอยู่เลย ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตประเทศที่เป็นท้องที่ที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาตรงข้าม ก็ต้องอพยพ กล่าวคือ ผู้ที่เป็นมุสลิมในอินเดีย ก็ต้องอพยพไปปากีสถาน และผู้ที่เป็นฮินดูในปากีสถาน ก็ต้องอพยพมาอินเดีย ในวันนั้น ทั้งสองประเทศ จัดงานฉลองอิสรภาพครั้งใหญ่ แต่คานธีไม่เข้าร่วมพิธีฉลองอิสรภาพ แต่ได้เดินทางไปยังกัสกัตตา เพราะได้ข่าวว่ามุสลิมและฮินดูยังรบสู้กันอยู่ คานธีเดินทางไปถึงที่กัลกัตตา และขอร้อง แต่ไม่เป็นผล จึงประกาศอดอาหารอีก ครั้งนี้ได้ผล มุสลิมและฮินดูในกัลกัตตาเลิกรบกันทันที และให้สัญญาว่าจะไม่มีการรบแบบนี้เกิดอีก คานธีจึงเดินทางกลับเมืองหลวงนิวเดลฮี

ในวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1948 คานธีต้องการไปปากีสถาน เพื่อสมานฉันท์กับชาวมุสลิม ทั้งๆที่คานธีเป็นฮินดู สันนิบาตมุสลิมจึงคัดค้านการเข้าปากีสถานของคานธี เพราะเกรงจะเกิดอันตราย คานธีจึงประกาศอดอาหารอีกครั้ง เพื่อสมานฉันท์ระหว่างมุสลิมกับฮินดู

ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1948 องค์กรประชาชนในนิวเดลฮีให้คำมั่นว่า จะพิทักษ์รักษาชีวิต ทรัพย์สิน และศาสนาของชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ คานธีจึงกลับมากินอาหารอีกครั้ง

และในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1948 ในตอนเย็น ขณะที่คานธีอยู่กลางสนามหญ้า กำลังสวดมนต์ไหว้พระตามกิจวัตร ขณะที่คานธีกำลังพูดว่า "เห ราม" แปลว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า" นาถูราม โคทเส ชาวฮินดูผู้คลั่งศาสนา ไม่ต้องการให้ฮินดูสมานฉันท์กับมุสลิม ได้ยิงปืนใส่คานธี 3 นัด จนคานธีล้มลง และเมื่อแพทย์ได้มาพบคานธี ก็พบว่า คานธีได้สิ้นลมหายใจแล้วในวัย 78 ปี

ข้อมูลจาก-http://th.wikipedia.org/wiki/มหาตมา_คานธี